วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปัจจุบันกาล (PRESENT TENSE)


2.1 ปัจจุบันกาล (PRESENT TENSE)

o ลักษณะการเกิดของเหตุการณ์/การกระทำที่ถือได้ว่าเป็นการเกิดในปัจจุบันกาล ได้แก่

1. เกิดในอดีต ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต (เช่น ความจริงตามธรรมชาติ, นิสัย ฯลฯ) เช่น The sun rises in the east. John likes ice-cream.

2. กำลังเกิดขึ้นในขณะที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่ เช่น Look, the sun is rising. (ไม่สนใจว่าเกิดขึ้นเมื่อใดและจะไปจบลงเมื่อใด)

3. เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และดำเนินมาถึงปัจจุบันหรืออาจเสร็จสิ้นไปเมื่อเร็วๆนี้ เช่น They have just arrived. The sun has risen.

4. เกิดขึ้นในอดีตและดำเนินเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เช่น He has been sleeping since eight o'clock.

o สมมติว่าเราจะพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์การขึ้นของดวงอาทิตย์ (ซึ่งเริ่มขึ้นเวลา 6 นาฬิกาและขึ้นเต็มดวงเวลา 6 นาฬิกา 30 นาที) โปรดดูเทียบ กับ 1 2 3 และ 4 ที่เพิ่งกล่าวมาแล้ว

1. คือปัจจุบันธรรมดา ใช้พูด ณ เวลาใดของวันก็ได้ The sun rises in the east.

2. คือปัจจุบันกำลังกระทำ ใช้พูดได้เฉพาะระหว่าง 6 นาฬิกา ถึง 6 นาฬิกา 30 นาที The sun is rising.

3. คือปัจจุบันสมบูรณ์ ใช้พูดหลังเวลา 6 นาฬิกา 30 นาทีไปแล้วเล็กน้อย The sun has just risen.

4. คือปัจจุบันสมบูรณ์กำลังกระทำ ใช้พูดตั้งแต่ 6 นาฬิกาจนถึงขณะที่กำลังพูดแต่ต้องไม่หลัง 6 นาฬิกา 30 นาที The sun has been rising for ten minutes now.

CONVERSATION 1
A: What time do you usually get up?
B: I usually get up at 06:00. Have you had any breakfast?
A: I've just eaten. And you?
B: I'm having it now.

CONVERSATION 2
A: What time do you get up?
B: I normally get out of bed around 06:30. Have you eaten?
A: I've had my breakfast. How about you?
B: I'm cooking some now.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น